ท่องเที่ยว เชียงใหม่ น่าน หลวงพระบาง
พักผ่อนวันหยุด เชียงใหม่ น่าน หลวงพระบางย้อนรอยอารยธรรมธรรมขอม
เดินทางวันที่ กำหนดเอง
ติดต่อพนักงานการตลาด 053-492838 หรือ 0816812155
คุณคันฉัตร เทพวงค์ (แตงโม)
ติดต่อทางอิเมล todaytour@gmail.com Contact Us >>>


--------------------------------------------------------------------------------
เปิดประตูสู่ หลวงพระบาง ย้อนรอยอารยธรรม
วันแรกของการเดินทาง
เชียงใหม่ - น่าน – ห้วยโก๋น-ปากห้วยแคน – ล่องเรือแม่น้ำโขง – ปากแบง - หลวงพระบาง
01.00 น.คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดพบ อ.เมือง จ.ลำพูนเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกท่าน
01.30 น.ออกเดินทางสู่ด่านห้วยโก๋น อ.ทุ่งช้าง โดยรถตู้ปรับอากาศ
07.00 น.ถึงอ.ทุ่งช้าง จ.น่านเชิญรับประทานอาหารเช้า พร้อมทำธุระส่วนตัว
08.00 น.ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย-ลาว ลงเรือเดินทางสู่เมืองเงิน แขวงไชยะบุรี (สปป.ลาว)
-ออกเดินทางไปกับเส้นทางตัดใหม่ น่าน – หลวงพระบาง
- ถึงบ้านปากห้วยแคน นำท่านล่องลำน้ำโขง ลงใต้ ในลำน้ำโขงตอนบน ของประเทศลาว ท่านสามารถสนุกกับกิจกรรมบนเรือที่ทางทีมงานจัดไป อาทิ เกมส์การละเล่น คาราโอเกะ พร้อมรับประทานอาหารกลางวันและของว่างในเรือ
- เดินทางถึงด่านตรวจเมืองปากแบง จุดตรวจเรือทุกชนิด ใช้เวลา 10 นาทีในการเช็ครายชื่อโดยสาร
- เดินทางถึง เมืองหลวงพระบาง เข้าพักที่โรงแรม ในเมืองหลวงพระบาง โรงแรมพูว่าวใหม่ หรือเทียบเท่า
- รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย หลังอาหารเชิญท่านอิสระที่ตลาดค่ำ ( Night market) เป็นถนนคนเดินตอนเย็นตั้งแต่เวลา 5โมงเย็น ถึงประมาณ 4 ทุ่ม ก็จะมีชาวลาวสูง ลาวเทิ่ง ลาวลุ่ม ชาวบ้านผานมแม้แต่ชาวหลวงพระบางเองก็จะนำสินค้าพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก ผ้าทอมือ ผ้านุ่ง ผ้าซิ่น เครื่องเงิน เครื่องไม้ สินค้ามากมายถูกวางอยู่บนถนนและริมทางเดินตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดหัวถนน
วันที่สองของการเดินทาง
ตักบาตรข้าวเหนียว-วัดเชียงทอง - ตลาดเช้าหลวงพระบาง-พระราชวังเจ้าชีวิต - วัดวิชุนราช-บ้านผานม-น้ำตกกวางสี-ยอดเขาพระธาตุภูสี-บายศรีสู่ขวัญ
- 06.00 น. เชิญท่านร่วม ตักบาตรข้าวเหนียว ในทุกๆ เช้าพระสงฆ์ และ สามเณรจากวัดต่างๆ จะเดินออกบิณฑบาตเป็นแถวอย่างมีระเบียบนับร้อยๆรูป โดยการตักบาตรนี้จะรับแต่ข้าวเหนียวสีขาวเท่านั้น ส่วนกับข้าวไม่ต้องใส่ในบาตร
( ชาวบ้านจะนำไปถวายที่วัดเอง ) ทำบุญใส่บาตรรพระสงฆ์ - วัดเชียงทอง ( wat xieng thong ) ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง สร้างในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาราช ก่อนหน้าที่จะย้ายเมืองหลวงไปนครเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตมหาสว่างวงศ์ และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว ชมพระอุโบสถ หรือ สิม ที่มีหลังคา อ่อนโค้งและลาดต่ำซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น เกือบจรดฐาน ชมช่อฟ้าหรือพุทธสีมา 17 ช่อ ชมผนังด้านหลังอุโบสถที่ใช้กระจกสีตัดต่อกันเป็นรูปต้นทอง ชมหอพระไตยปิฏก ที่นำกระจกมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านบนพื้นสีชมพู ชมวิหารพระม่าน ด้านหลังอุโบสถที่ในวันขึ้นปีใหม่ลาวจะอัญเชิญให้ประชาชนสรงน้ำและกราบไหว้ นำท่านกราบพระธาตุศรีสว่างวงศ์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
- นำท่านกลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
- หลังอาหารนั่งรถไปเที่ยวชมตลาดเช้า
- เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวตามโปรแกรมประกอบด้วย
- พระราชวังเจ้าชีวิต ( Royal Palace Museum) สร้างขึ้นปี ค.ศ.1904 ก่อนที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์จะขึ้นครองราชย์สมบัติ 1 ปี ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูงแบบฝรั่งเศส แต่มีการผสมผสานระหว่างความเป็นฝรั่งเศสและลาวหลังคายอดปราสาทเป็นศิลปะลาวล้านช้างที่นี้จึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็นลักษณะของฝรั่งสวมชฎา เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ประทับอยู่ที่นี้จนสิ้นพระชนม์ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์วังเจ้ามหาชีวิตแทน ภายในประกอบด้วยห้องฟันธรรม จัดแสดงธรรม ไม้แกะสลักสกุลช่างหลวงพระบางและพระพุทธรูปสำริดสกุลช่างลาวโบราณช่างศตวรรษที่ 17-19 ห้องที่สองด้านขวามือเป็นห้องพิธีหรือห้องรับแขกมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวลาวโดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1930 ห้องที่สามเป็นห้องท้องพระโรงประดับกระจกสีบนพื้นสีทอง เป็นห้องที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์วัฒนาเตรียมไว้เพื่อทำพิธีราชาภิเษกแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียก่อน ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงราชบัลลังก์ไม้แกะสลักหุ้มทองและเครื่องสูงทั้ง 5 ส่วนด้านหลังเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต เครื่องใช้ไม้สอยเป็นแบบฝรั่งเรียบง่ายไม่หรูหราเตียงพระบรรทมเป็น ไม้สักฝีมือช่างไทยในสยามในสมัยนั้น ภายนอกอาคารพระราชวังมีหอพระบางซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระคู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปศิลปะขอมสมัยหลัง “บายน” ปางประทานอภัย หรือปางห้ามสมุทร หล่อขึ้นจากทองคำถึง 90% นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย
- วัดวิชุนราช เจ้าชีวิตวิชุนราชโปรด สร้างขึ้นเมื่อปี ค . ศ .1503 เป็นวัดที่มีความแปลกจากวัดอื่นๆ ในหลวงพระบาง ตรงพระเจดีย์พระประทุมหรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ พระธาตุเจดีย์ดีรูปโค้งที่คนลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโมตามลักษณะที่คล้ายแตงโมผ่าครึ่งที่พระนางพันตีนเชียง พระอัครมเหสีโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1514 ช่วงปี ค.ศ.1914 พระธาตุหมากโมได้พังทลายลงบางส่วน เจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ และชาวหลวงพระบางจึงร่วมกันบูรณะพระธาตุแห่งนี้ จากการซ่อมแซมครั้งนั้นได้พบวัตถุมีค่ามากมาย อาทิเช่น พระพุทธรูปทองคำ เงิน และทองสำริด พระพุทธรูปแกะสลักทองคำจากแก้ว และ อัญมณี รวมทั้งวัตถุทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และ ศิลปวัฒนธรรมในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16 อีกเป็นจำนวนมาก
-รับประทานอาหารกลางวัน
-เดินทางออกนอกเมืองประมาณ 45 นาที ไปน้ำตกกวางสี เป็นน้ำตกที่สวยงามมากเป็นน้ำตกหินปูนสูงราว 70 เมตร มี 2 ชั้น บางช่วงมีสายน้ำไหลตามผาคล้ายกับม่าน เนื่องจากเป็นน้ำตกหินปูนจึงทำให้น้ำของน้ำตกแห่งนี้ใสและมีสีเขียวมรกต
- ช่วงบ่าย ไปเที่ยวบ้านผานมเป็นชุมชนไทลื้อที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเล่าว่าเจ้ามหาชีวิตแห่งล้านนาได้สู่ขอเจ้านางผมหอม ธิดาของกษัตริย์เมืองเชียงรุ้ง (สิบสองปันนา) มาเป็นพระชายา มีบริวารบ่าวไพร่ติดตามรับใช้เป็นข้าราชการในราชสำนักสืบต่อกันมา 10 ชั่วอายุคน จนมีจำนวนคนเพิ่มขึ้น เจ้ามหาชีวิตจึงมีรับสั่งให้ออกมาตั้งบ้านเรือนนอกราชวัง โดยแห่งแรกอยู่ที่บ้านเวียงนาคำและบ้านนาอ้อมดอยบริเวณเชิงเขาภูว่าวนอกเมืองหลวงพระบาง และต่อมาได้อพยพมาอยู่ที่บ้านผานมแห่งนี้ ปัจจุบันมีประชากรราว 200 หลังคาเรือน หญิงชาวไทลื้อที่เคยทอผ้าถวายเจ้ามหาชีวิตมาก่อน ทำให้บ้านผานมมีชื่อเสียงในเรื่องความประณีตและสวยงามมากจึงมีการตั้งศูนย์หัตถกรรมสินค้ารวมทั้งมีการสาธิตการทอผ้าด้วยทั้งแบบย่ามและกระเป๋าเสื้อต่างๆ
-ขึ้นสู่ยอดเขาภูสี นมัสการพระธาตุพูสี ยอดเขาพูสีมีความสูงประมาณ 150 เมตร ทางขึ้นเป็นบันไดจำนวน 328 ขั้น น ตลอดสองขางทางร่มรื่นไปด้วยดอกจำปา หรือ ลั่นทม ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติลาวที่จะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงฤดูร้อน เชื่อแต่เดิมว่าบริเวณนี้เป็นเขตป่าศักดิ์สิทธิ์ ต่อมามีฤษีขึ้นไปอาศัยอยู่ชาวบ้านจึงเรียกว่าภูฤษี หรือ ภูสีมา สามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางจากบนยอดเขาซึ่งนับว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง
- ขอเชิญท่านร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ เสมือนหนึ่งการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง
- รับประทานอาหารค่ำพร้อมพักผ่อนตามอัธยาศัย หากท่านใดยังไม่อยากนอน ท่านสามารถเพลิดเพลินกับราตรีในเมืองหลวงพระบาง ไม่ว่าจะเป็นบารำวงย้อนยุค ร่วมเต้นรำ บาสะล๊อบ และ นกเต็นซิว ไปกับชาวพื้นเมืองหลวงพระบาง
วันที่ สามของการเดินทาง
หลวงพระบาง – ถ้ำติ่ง – ปากห้วยแคน – เมืองเงิน – ห้วยโก๋น – น่าน - เชียงใหม่
05.00 น.นำท่านลงเรือที่ท่าเรือหลวง เพื่อออกเดินทางกลับ
- พ าท่านล่องเรือแม่น้ำโขง สู่ถ้ำติ่ง ถ้ำติ่งเป็นถ้ำที่เกิดจากธรรมชาติ ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านปากอูในภูเขาลูกใหญ่ที่ตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำโขง ช่วงที่แม่น้ำอูไหลลงสู่แม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกกันว่า ผานางแอ่น ถ้ำติ่งประกอบด้วยถ้ำ 2 แห่งได้แก่ ถ้ำติ่งเทิ่ง( ถ้ำติ่งบน ) และถ้ำติ่งลุ่ม ( ถ้ำติ่งล่าง ) ในสมัยโบราณใช้เป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง แต่เมื่อศาสนาพุทธเข้ามาแทนที่ ถ้ำติ่งจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทางพุทธศาสนาของผู้แก่เฒ่า บอกว่าเจ้ามหาชีวิตแห่งหลวงพระบางต่างไปสักการะพระพุทธรูปในถ้ำเป็นประเพณีที่ขาดไม่ได้โดยช่วงปีใหม่หลังเสร็จงานบุญที่หลวงพระบางแล้วประมาณ 2 – 3 วันพระองค์จะนำข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่พระสงฆ์และประชาชนขึ้นไปสรงน้ำพระพุทธรูปที่ถ้ำติ่งบนก่อนจึงลงมาทำพิธีที่ถ้ำติ่งล่างภายในถ้ำมีการค้นพบพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15และ19 จำนวนหลายพันองค์ และมีบางส่วนที่สร้างขึ้นสมัยศตวรรษที่ 17และ20 ส่วนใหญ่ทำจากไม้บางส่วนทำจากหิน และโลหะนอกจากนี้ยังมีการพบพระพุทธรูปที่ทำจากเงินและทองคำบุแต่ถูกลอกเอาเงินและทองคำออกไปหมดเหลือไว้แต่ดินเผาที่เป็นแกนกลาง
- ชมวิถีชีวิตของชาวลาวสองฝั่งแม่น้ำโขง และ รับประทานอาหารกลางวันบนเรือ
14.00 น.เดินทางถึง เมืองปากห้วยแคนเข้าเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศสู่ด่านห้วยโก๋น เมืองเงิน
- รับประทานอาหารเย็น พักผ่อนตามอัธยาศัย
- ถึงด่านเมืองเงิน พาท่านผ่านพิธีการหน้าด่านเพื่อกลับสู่ประเทศไทย
-รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร หลังอาหารพาท่านเดินทางกลับสู่ จ.เชียงใหม่
และจบทริปการเดินทางโดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
อัตราค่าบริการ
ราคาสำหรับ
10-15 ท่าน 20-30 ท่าน 40 ท่าน พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม
ราคาต่อท่าน 9,500-8,400 บาท 7,500 - 6,900 บาท 6,800 บาท 1000“ทัวร์ทุกรายการดำเนินงานโดย หลวงพระบาง แทรเวล กับ ทูเดย์ทัวร์ เชียงใหม่ แต่ผู้เดียว มาตรฐานเดิม
ไม่ส่งต่อให้ใคร ไม่รวมกับใคร เพื่อบริการที่คุ้มค่ากับเงินทุกบาทที่ท่านจ่าย”
ประกอบด้วย :
- ค่าเรือเดินทาง ไป-กลับ
- ค่าที่พัก พัก 2 ท่าน / ห้อง รวม 2 คืน
- ค่าอาหารตามรายการที่ระบุ รวม 9 มื้อ
- ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการที่ระบุ
- ค่ารถรับส่ง โรงแรม และสถานที่เที่ยวชม ตามรายการที่ระบุ
- ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำเที่ยวตามรายการ ( พูดไทย)
อัตรานี้ไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าแจ้งเข้า -ออก ประเทศไทย สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางต่างด้าว
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศลาว สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางต่างด้าว
- ค่าทิปไกด์และพนักงานขับรถ
- ค่ายกกระเป๋าสัมภาระต่างๆ
หมายเหตุ
1. ผู้ร่วมเดินทางต้องเตรียมหนังสือเดินทาง ( passport ) ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน
2. ชาวต่างชาติ ต้องจ่ายค่าทำ วีซ่าลาว
3. หากไม่ต้องการใช้ หรือเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่มี passport ในการเดินทางสามารถใช้สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 400 บาท
4. โปรแกรมดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะ โรงแรม สภาวะทางการเมือง อีกทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ และเหตุสุดวิสัย เช่น รถเสีย รถเกิดขัดข้อง , การอนุญาตให้เข้าชมสถานที่ต่างๆของโปรแกรมทัวร์และวันหยุด วันสำคัญของประเทศนั้น ๆ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
หมายเหตุ :
- ผู้ร่วมเดินทางต้องเตรียมแจ้งรายชื่อสกุลและหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลังเพื่อส่งให้ทาง ตมไทยและลาว
-โปรแกรมดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะ โรงแรม สภาวะทางการเมือง อีกทั้งสภาพดินฟ้าอากาศ และเหตุสุดวิสัย เช่น การอนุญาตให้เข้าชมสถานที่ต่างๆของโปรแกรมทัวร์และวันหยุด วันสำคัญของประเทศนั้น ๆ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนเวลา รายการ ตามเหตุอันเหมาะสม เพื่อประโยชน์หลักของผู้เดินทาง โดย ไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
เงื่อนไขการจอง
1. กรุณาวางเงินมัดจำท่านละ 50 %บาทก่อนการเดินทาง
โดยการโอนเงินมาที่ บัญชี ชื่อ TODAYTOUR CHIANGMAI
หมายเลขบัญชี 251-4-76997-1 ธนาคารกรุงเทพ สาขา ท่าแพ-เชียงใหม่
2. หลังการโอนกรุณาส่งแฟกซ์ เอกสารการโอนมาที่ 053-492838
3. ค่าทัวร์ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 7 วัน
สนใจติดต่อจองได้ที่ : คันฉัตร เทพวงค์ ( แตงโม ) 0816812155 โทร/Fax:053492838